Assign modules on offcanvas module position to make them visible in the sidebar.

Better than bare

Nunc tincidunt eros ut mauris ullamcorper, vitae semper ligula convallis. Morbi tincidunt congue venenatis. Fusce at vestibulum nisl, et congue nisi. Vestibulum sollicitudin tellus id arcu vulputate.

Read more ...

header ethic

แนวปฏิบัติการพิจารณาจริยธรรมโครงการวิจัย โดยคณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัย คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์


คำอธิบาย

คณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมในการวิจัย ในที่นี้ หมายถึง คณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในคนและที่เกี่ยวข้องกับคน

การวิจัยในคนและที่เกี่ยวข้องกับคน หมายถึง กระบวนการศึกษาที่เป็นระบบ เพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้ทางด้านสุขภาพ วิทยาศาสตร์สุขภาพ ชีวเวชศาสตร์ หรือพฤติกรรมศาสตร์ โดยกระทำต่อร่างกายจิตใจ เซลล์ ส่วนประกอบของเซลล์ วัสดุสิ่งตรวจ เนื้อเยื่อ น้ำคัดหลั่ง สารพันธุกรรม เวชระเบียนหรือข้อมูลด้านสุขภาพของผู้เข้าร่วมการวิจัย รวมถึงการศึกษาทางสังคมศาสตร์ที่เกี่ยวกับสุขภาพ

ผู้เข้าร่วมการวิจัย หมายถึง บุคคลผู้เป็นอาสาสมัครและยินยอมเข้าร่วมการวิจัยในโครงการวิจัยในคนและที่เกี่ยวข้องกับคนหรือเป็นแหล่งที่มาของเซลล์ ส่วนประกอบของเซลล์ วัสดุสิ่งตรวจ เนื้อเยื่อ น้ำคัดหลั่ง สารพันธุกรรม หรือข้อมูลที่บันทึกในเวชระเบียนหรือข้อมูลด้านสุขภาพ


ข้อปฏิบัติของผู้วิจัย

 1. กรณีโครงการวิจัยดำเนินการในสถานที่หรือหน่วยงานที่ มี คณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในคน เป็นของตนเองแล้ว ผู้วิจัยสามารถส่งโครงการให้คณะกรรมการจริยธรรมของหน่วยงานนั้นพิจารณา โดยไม่ต้องส่งแบบเสนอโครงการวิจัยเพื่อรับการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยจากคณะเภสัชศาสตร์อีก
 2. กรณีโครงการวิจัยดำเนินการในสถานที่หรือหน่วยงานที่ ไม่มี คณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในคน คณะกรรมการจริยธรรมในการวิจัย ของคณะเภสัชศาสตร์ จะรับพิจารณาให้ โดยจะถือว่าเป็นตัวแทนของสถานที่หรือหน่วยงานดังกล่าว
 3. ให้ผู้วิจัยดำเนินการยื่นเรื่องไปที่หน่วยส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรม กรณีผู้วิจัยเป็นนักศึกษา จะต้องได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาด้วย
 4. คณะกรรมการฯ จะไม่รับพิจารณาโครงการวิจัยที่ดำเนินการวิจัยแล้ว
 5. แบบเสนอขอรับการพิจารณาจริยธรรมและจำนวนชุดโครงการที่ต้องส่ง
 5.1 กรณีผู้วิจัยเห็นว่าโครงการวิจัยของตนเข้าข่ายยกเว้นการพิจารณาจริยธรรม ให้ดำเนินการส่งแบบเสนอขอรับการยกเว้นการพิจารณาจริยธรรมการวิจัย (จธ 01) พร้อมส่งโครงการวิจัยต้นฉบับและเอกสารที่เกี่ยวข้อง จำนวน 1 ชุด และเมื่อเลขานุการของคณะกรรมการจริยธรรม พิจารณาเห็นว่าโครงการวิจัยเข้าเกณฑ์ที่ได้รับการยกเว้น ผู้วิจัยจะได้รับหนังสือรับรองการยกเว้นการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในคน ภายใน 2 สัปดาห์
 5.2 กรณีผู้วิจัยเห็นว่าโครงการวิจัยของตนเข้าข่ายรับการพิจารณาจริยธรรมแบบเร่งรัด โดยกรรมการชุดย่อย ให้ดำเนินการส่งแบบเสนอขอรับการพิจารณาจริยธรรมโครงการวิจัยแบบเร่งรัด (จธ 02) พร้อมส่งโครงการวิจัยต้นฉบับและเอกสารที่เกี่ยวข้อง จำนวน 5 ชุด โดยผู้วิจัยจะต้องมาให้ข้อมูลด้วย ซึ่งคณะกรรมการฯ จะดำเนินการแจ้งผลการพิจารณา ภายใน 1 เดือน
 5.3 แนวปฏิบัติทางจริยธรรมในการวิจัยที่ไม่ขอคำยินยอมจากตัวอย่าง เช่น Secret shopping มีข้อพึงปฏิบัติ ดังนี้
 5.3.1 ผู้วิจัยต้องชี้แจงอย่างชัดเจนว่า ทำไมจึงไม่ขอความยินยอมโดยตรงจากตัวอย่างในงานวิจัยหรือผู้แทนโดยแท้จริง เหตุผลดังกล่าวต้องหนักแน่น น่าเชื่อถือ (เช่น การขอคำยินยอมทำให้ผลการวิจัยผิดเพี้ยนไปอย่างมาก ไม่มีตัวแทนโดยแท้จริง ฯลฯ)
 5.3.2 ผู้วิจัยต้องชี้แจงอย่างชัดเจนและทำให้เชื่อได้ว่า ผลการวิจัยที่ใช้วิธีนี้ก่อให้เกิดประโยชน์ที่มีน้ำหนักมาก หรือมีความสำคัญมากเพียงพอ สมควรแก่การที่จะยกเว้นให้ไม่ขอความยินยอมโดยตรงจากตัวอย่างในงานวิจัยหรือผู้แทนโดยแท้จริง (เช่น ผลการวิจัยนำไปสู่การแก้ปัญหาใด สำคัญเพียงไร และผู้วิจัยมีวิธีการนำผลวิจัยไปก่อให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมอย่างไร)
 5.3.3 ผู้วิจัยต้องชี้แจงอย่างชัดเจนว่า ทำไมจึงจำเป็นต้องใช้วิธีการดังกล่าว เพราะเหตุใดจึงไม่มีวิธีอื่นที่เทียบเท่าในการได้มาซึ่งข้อมูล (เช่น วิธีการอื่นละเมิดสิทธิตัวอย่างมากกว่าอย่างไร หรือก่อให้เกิดผลเสียที่มากกว่าอย่างไร)
 5.3.4 ผู้วิจัยต้องชี้แจงอย่างชัดเจนว่า วิธีการที่เลือกใช้เป็นวิธีที่ละเมิดตัวอย่างงานวิจัยน้อยที่สุดโดยไม่มีวิธีอื่น
 5.3.5 ผู้วิจัยต้องชี้แจงอย่างชัดเจนว่า ได้ใช้วิธีการอย่างไรบ้างเพื่อป้องกัน บรรเทา หรือเยียวยาผลกระทบเชิงลบที่เกิดจากการใช้วิธีการดังกล่าว (เช่น การฝึกอาสาสมัครอย่างเข้มงวดเพื่อให้สมจริงโดยตัวอย่างไม่รับรู้ว่าถูกละเมิด ต้องไม่มีการใช้เครื่องบันทึกเสียงในระหว่างการสนทนา การปกปิดชื่อแหล่งข้อมูลในเอกสารการวิจัยและในการตีพิมพ์ มีการนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ เช่น จัดทำเป็นสื่อให้ความรู้หรือเผยแพร่ความรู้ให้แก่กลุ่มเป้าหมายในลักษณะต่างๆ เพื่อปรับปรุงพฤติกรรมที่ผลการวิจัยแสดงว่าเป็นประเด็นที่ต้องปรับปรุง ฯลฯ)
 6. กรณีผลการพิจารณา รับรองแต่ให้มีการปรับปรุงโครงการวิจัย เมื่อผู้วิจัยดำเนินการแก้ไขปรับปรุงตามผลการพิจารณาแล้ว จะต้องส่งโครงการและเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่แก้ไขแล้ว (ให้ทำตัวหนาในส่วนที่มีการแก้ไขหรือเพิ่มเติม) ไปยังหน่วยส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรม จำนวน 2 ชุด ภายใน 1 สัปดาห์หลังแจ้งผลการพิจารณา และเมื่อผ่านการตรวจสอบว่าการแก้ไขนั้นเป็นไปตามผลการพิจารณา ผู้วิจัยจึงจะได้รับหนังสือรับรองผ่านการพิจารณา
 7. กรณีผลการพิจารณายังไม่รับรอง ผู้วิจัยจะต้องดำเนินการปรับปรุง หรือเพิ่มเติมข้อมูลตามผลการพิจารณาของคณะกรรมการฯ และสามารถเสนอโครงการวิจัยที่ปรับปรุงนั้นเข้ารับการพิจารณาใหม่
 8. กรณีโครงการวิจัยผ่านการรับรองจริยธรรมแล้ว แต่ผู้วิจัยต้องการแก้ไขโครงการอีก ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับประเด็นจริยธรรม การดาเนินการจะ ต้อง ได้รับความเห็นชอบต่อคณะกรรมการฯ ก่อน โดยผู้วิจัยต้องทาหนังสือแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว พร้อมคำอธิบายหรือเหตุผลถึงความจำเป็นมายังคณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณา
     กรณีการแก้ไขนั้นเป็นไปเพื่อจัดการกับอันตรายที่เกิดต่ออาสาสมัครซึ่งต้องกระทำโดยทันที ผู้วิจัยสามารถกระทำได้โดยไม่ต้องเสนอขอรับการพิจารณาจากคณะกรรมการฯ ก่อน แต่จะต้องมีหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการจริยธรรมฯ โดยทันที

ผลการพิจารณาของคณะกรรมการฯ

คณะกรรมการฯ จะแจ้งผลการพิจารณาต่อผู้วิจัยเป็นลายลักษณ์อักษร โดยผลการ
พิจารณาอาจเป็นดังข้อใดข้อหนึ่งดังนี้

  1. รับรองโดยไม่มีการแก้ไข
  2. รับรองโดยต้องแก้ไข ยังคงต้องมีการแก้ไขหรือปรับปรุงบ้างในเอกสารที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่นโครงการวิจัยและ/หรือใบเชิญชวน/ใบสมัครใจเข้าร่วม ซึ่งถ้าผู้วิจัยเห็นควรแก้ไขตามนั้นโครงการวิจัยที่แก้ไขแล้วจะได้รับการพิจารณาโดยประธานฯ หรือคณะกรรมการชุดย่อยที่ได้รับมอบหมาย โดยไม่จำเป็นต้องเข้าวาระในการประชุมถัดไป
  3. ยังไม่รับรอง เนื่องจากโครงการมีความไม่ชัดเจน หรือ ขาดรายละเอียดที่สำคัญ จำเป็นต้องปรับปรุงโครงการ และยื่นต่อคณะกรรมการฯ ใหม่ เพื่อการพิจารณาต่อไป

มติที่ประชุมคณะกรรมการจริยธรรมในการวิจัย คณะเภสัชศาสตร์ เมื่อวันอังคารที่ 7 สิงหาคม 2561 กำหนดแนวปฏิบัติเพิ่มเติมในการยื่นเสนอขอรับการพิจารณาโครงการวิจัย ต่อคณะกรรมการฯ ดังนี้

 1. คณะกรรมการจริยธรรมในการวิจัย คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จะรับพิจารณาเฉพาะโครงการวิจัยในระดับปริญญาตรีเท่านั้น ทั้งนี้ สำหรับโครงการวิจัยในระดับบัณฑิตศึกษา และอาจารย์/นักวิจัยคณะเภสัชศาสตร์ ขอให้ยื่นเสนอขอรับการพิจารณาจริยธรรมในการวิจัย ไปยังหน่วยงานของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้แก่
  • สำนักวิจัยและพัฒนา : โดย คณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ (http://www.hsc-hrec.psu.ac.th/)
  • คณะแพทยศาสตร์ : โดย คณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ (Ethics Committee) (http://medinfo2.psu.ac.th/research/hrec/)
  • คณะพยาบาลศาสตร์ : โดย คณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ สาขาสังคมศาสตร์และพฤติกรรมศาสตร์ (https://www.nur.psu.ac.th/SBSIRB/index.aspx)

อนึ่ง ในกรณีโครงการวิจัยในระดับบัณฑิตศึกษาและอาจารย์/นักวิจัย ที่ไม่ได้รับการตอบรับในการพิจารณาจริยธรรมจากหน่วยงานดังกล่าวข้างต้น คณะกรรมการจริยธรรมในการวิจัย ของคณะเภสัชศาสตร์ ยินดีรับพิจารณา โดยผู้วิจัยจะต้องจัดทำบันทึกข้อความชี้แจงเหตุผล พร้อมแนบหลักฐานที่ได้ดำเนินการยื่นเสนอหน่วยงานพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ไปแล้ว และไม่ได้รับการตอบรับ เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการฯ ต่อไป

 2.  กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมในการยื่นเสนอโครงการวิจัย เพื่อขอรับการพิจารณาจริยธรรมในการวิจัย

 

 ประเภทของหัวหน้าโครงการวิจัย    ค่าธรรมเนียม (บาท)
 แบบยกเว้น  แบบเร่งรัด
บัณฑิตศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 500 1,200
นักศึกษาต่างชาติคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1,000 1,500
บุคลากร/อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1,500 2,000

 

ทั้งนี้ นักวิจัยจะต้องชำระค่าธรรมเนียมครั้งแรก จำนวน 200 บาท และชำระค่าธรรมเนียมส่วนที่เหลือ เมื่อโครงการวิจัยผ่านการรับรองจริยธรรมและได้รับหนังสือรับรองจริยธรรมเรียบร้อยแล้ว


pdf web icon1

Download แนวปฏิบัติการพิจารณาจริยธรรมโครงการวิจัยแนวปฏิบัติการพิจารณาจริยธรรมโครงการวิจัย

pdf web icon1 Download แนวปฏิบัติการพิจารณาจริยธรรมโครงการวิจัย (เพิ่มเติม)
pdf web icon1 Download แบบเสนอขอรับการยกเว้นการพิจารณาจริยธรรมการวิจัย (จธ 01)
pdf web icon1 Download แบบเสนอขอรับการพิจารณาจริยธรรมโครงการวิจัยแบบเร่งรัด (จธ 02)
pdf web icon1 Download ตัวอย่างใบเชิญชวนเข้าร่วมโครงการวิจัย
pdf web icon1 Download ตัวอย่างใบสมัครใจเข้าร่วมในโครงการวิจัย

 

แนวปฏิบัติการพิจารณาจริยธรรมโครงการวิจัย โดยคณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัย คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์


คำอธิบาย

คณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมในการวิจัย ในที่นี้ หมายถึง คณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในคนและที่เกี่ยวข้องกับคน

การวิจัยในคนและที่เกี่ยวข้องกับคน หมายถึง กระบวนการศึกษาที่เป็นระบบ เพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้ทางด้านสุขภาพ วิทยาศาสตร์สุขภาพ ชีวเวชศาสตร์ หรือพฤติกรรมศาสตร์ โดยกระทำต่อร่างกายจิตใจ เซลล์ ส่วนประกอบของเซลล์ วัสดุสิ่งตรวจ เนื้อเยื่อ น้ำคัดหลั่ง สารพันธุกรรม เวชระเบียนหรือข้อมูลด้านสุขภาพของผู้เข้าร่วมการวิจัย รวมถึงการศึกษาทางสังคมศาสตร์ที่เกี่ยวกับสุขภาพ

ผู้เข้าร่วมการวิจัย หมายถึง บุคคลผู้เป็นอาสาสมัครและยินยอมเข้าร่วมการวิจัยในโครงการวิจัยในคนและที่เกี่ยวข้องกับคนหรือเป็นแหล่งที่มาของเซลล์ ส่วนประกอบของเซลล์ วัสดุสิ่งตรวจ เนื้อเยื่อ น้ำคัดหลั่ง สารพันธุกรรม หรือข้อมูลที่บันทึกในเวชระเบียนหรือข้อมูลด้านสุขภาพ


ข้อปฏิบัติของผู้วิจัย

 1. กรณีโครงการวิจัยดำเนินการในสถานที่หรือหน่วยงานที่ มี คณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในคน เป็นของตนเองแล้ว ผู้วิจัยสามารถส่งโครงการให้คณะกรรมการจริยธรรมของหน่วยงานนั้นพิจารณา โดยไม่ต้องส่งแบบเสนอโครงการวิจัยเพื่อรับการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยจากคณะเภสัชศาสตร์อีก
 2. กรณีโครงการวิจัยดำเนินการในสถานที่หรือหน่วยงานที่ ไม่มี คณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในคน คณะกรรมการจริยธรรมในการวิจัย ของคณะเภสัชศาสตร์ จะรับพิจารณาให้ โดยจะถือว่าเป็นตัวแทนของสถานที่หรือหน่วยงานดังกล่าว
 3. ให้ผู้วิจัยดำเนินการยื่นเรื่องไปที่หน่วยส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรม กรณีผู้วิจัยเป็นนักศึกษา จะต้องได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาด้วย
 4. คณะกรรมการฯ จะไม่รับพิจารณาโครงการวิจัยที่ดำเนินการวิจัยแล้ว
 5. แบบเสนอขอรับการพิจารณาจริยธรรมและจำนวนชุดโครงการที่ต้องส่ง
 5.1 กรณีผู้วิจัยเห็นว่าโครงการวิจัยของตนเข้าข่ายยกเว้นการพิจารณาจริยธรรม ให้ดำเนินการส่งแบบเสนอขอรับการยกเว้นการพิจารณาจริยธรรมการวิจัย (จธ 01) พร้อมส่งโครงการวิจัยต้นฉบับและเอกสารที่เกี่ยวข้อง จำนวน 1 ชุด และเมื่อเลขานุการของคณะกรรมการจริยธรรม พิจารณาเห็นว่าโครงการวิจัยเข้าเกณฑ์ที่ได้รับการยกเว้น ผู้วิจัยจะได้รับหนังสือรับรองการยกเว้นการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในคน ภายใน 2 สัปดาห์
 5.2 กรณีผู้วิจัยเห็นว่าโครงการวิจัยของตนเข้าข่ายรับการพิจารณาจริยธรรมแบบเร่งรัด โดยกรรมการชุดย่อย ให้ดำเนินการส่งแบบเสนอขอรับการพิจารณาจริยธรรมโครงการวิจัยแบบเร่งรัด (จธ 02) พร้อมส่งโครงการวิจัยต้นฉบับและเอกสารที่เกี่ยวข้อง จำนวน 5 ชุด โดยผู้วิจัยจะต้องมาให้ข้อมูลด้วย ซึ่งคณะกรรมการฯ จะดำเนินการแจ้งผลการพิจารณา ภายใน 1 เดือน
 5.3 แนวปฏิบัติทางจริยธรรมในการวิจัยที่ไม่ขอคำยินยอมจากตัวอย่าง เช่น Secret shopping มีข้อพึงปฏิบัติ ดังนี้
 5.3.1 ผู้วิจัยต้องชี้แจงอย่างชัดเจนว่า ทำไมจึงไม่ขอความยินยอมโดยตรงจากตัวอย่างในงานวิจัยหรือผู้แทนโดยแท้จริง เหตุผลดังกล่าวต้องหนักแน่น น่าเชื่อถือ (เช่น การขอคำยินยอมทำให้ผลการวิจัยผิดเพี้ยนไปอย่างมาก ไม่มีตัวแทนโดยแท้จริง ฯลฯ)
 5.3.2 ผู้วิจัยต้องชี้แจงอย่างชัดเจนและทำให้เชื่อได้ว่า ผลการวิจัยที่ใช้วิธีนี้ก่อให้เกิดประโยชน์ที่มีน้ำหนักมาก หรือมีความสำคัญมากเพียงพอ สมควรแก่การที่จะยกเว้นให้ไม่ขอความยินยอมโดยตรงจากตัวอย่างในงานวิจัยหรือผู้แทนโดยแท้จริง (เช่น ผลการวิจัยนำไปสู่การแก้ปัญหาใด สำคัญเพียงไร และผู้วิจัยมีวิธีการนำผลวิจัยไปก่อให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมอย่างไร)
 5.3.3 ผู้วิจัยต้องชี้แจงอย่างชัดเจนว่า ทำไมจึงจำเป็นต้องใช้วิธีการดังกล่าว เพราะเหตุใดจึงไม่มีวิธีอื่นที่เทียบเท่าในการได้มาซึ่งข้อมูล (เช่น วิธีการอื่นละเมิดสิทธิตัวอย่างมากกว่าอย่างไร หรือก่อให้เกิดผลเสียที่มากกว่าอย่างไร)
 5.3.4 ผู้วิจัยต้องชี้แจงอย่างชัดเจนว่า วิธีการที่เลือกใช้เป็นวิธีที่ละเมิดตัวอย่างงานวิจัยน้อยที่สุดโดยไม่มีวิธีอื่น
 5.3.5 ผู้วิจัยต้องชี้แจงอย่างชัดเจนว่า ได้ใช้วิธีการอย่างไรบ้างเพื่อป้องกัน บรรเทา หรือเยียวยาผลกระทบเชิงลบที่เกิดจากการใช้วิธีการดังกล่าว (เช่น การฝึกอาสาสมัครอย่างเข้มงวดเพื่อให้สมจริงโดยตัวอย่างไม่รับรู้ว่าถูกละเมิด ต้องไม่มีการใช้เครื่องบันทึกเสียงในระหว่างการสนทนา การปกปิดชื่อแหล่งข้อมูลในเอกสารการวิจัยและในการตีพิมพ์ มีการนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ เช่น จัดทำเป็นสื่อให้ความรู้หรือเผยแพร่ความรู้ให้แก่กลุ่มเป้าหมายในลักษณะต่างๆ เพื่อปรับปรุงพฤติกรรมที่ผลการวิจัยแสดงว่าเป็นประเด็นที่ต้องปรับปรุง ฯลฯ)
 6. กรณีผลการพิจารณา รับรองแต่ให้มีการปรับปรุงโครงการวิจัย เมื่อผู้วิจัยดำเนินการแก้ไขปรับปรุงตามผลการพิจารณาแล้ว จะต้องส่งโครงการและเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่แก้ไขแล้ว (ให้ทำตัวหนาในส่วนที่มีการแก้ไขหรือเพิ่มเติม) ไปยังหน่วยส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรม จำนวน 2 ชุด ภายใน 1 สัปดาห์หลังแจ้งผลการพิจารณา และเมื่อผ่านการตรวจสอบว่าการแก้ไขนั้นเป็นไปตามผลการพิจารณา ผู้วิจัยจึงจะได้รับหนังสือรับรองผ่านการพิจารณา
 7. กรณีผลการพิจารณายังไม่รับรอง ผู้วิจัยจะต้องดำเนินการปรับปรุง หรือเพิ่มเติมข้อมูลตามผลการพิจารณาของคณะกรรมการฯ และสามารถเสนอโครงการวิจัยที่ปรับปรุงนั้นเข้ารับการพิจารณาใหม่
 8. กรณีโครงการวิจัยผ่านการรับรองจริยธรรมแล้ว แต่ผู้วิจัยต้องการแก้ไขโครงการอีก ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับประเด็นจริยธรรม การดาเนินการจะ ต้อง ได้รับความเห็นชอบต่อคณะกรรมการฯ ก่อน โดยผู้วิจัยต้องทาหนังสือแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว พร้อมคำอธิบายหรือเหตุผลถึงความจำเป็นมายังคณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณา
     กรณีการแก้ไขนั้นเป็นไปเพื่อจัดการกับอันตรายที่เกิดต่ออาสาสมัครซึ่งต้องกระทำโดยทันที ผู้วิจัยสามารถกระทำได้โดยไม่ต้องเสนอขอรับการพิจารณาจากคณะกรรมการฯ ก่อน แต่จะต้องมีหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการจริยธรรมฯ โดยทันที

ผลการพิจารณาของคณะกรรมการฯ

คณะกรรมการฯ จะแจ้งผลการพิจารณาต่อผู้วิจัยเป็นลายลักษณ์อักษร โดยผลการ
พิจารณาอาจเป็นดังข้อใดข้อหนึ่งดังนี้

  1. รับรองโดยไม่มีการแก้ไข
  2. รับรองโดยต้องแก้ไข ยังคงต้องมีการแก้ไขหรือปรับปรุงบ้างในเอกสารที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่นโครงการวิจัยและ/หรือใบเชิญชวน/ใบสมัครใจเข้าร่วม ซึ่งถ้าผู้วิจัยเห็นควรแก้ไขตามนั้นโครงการวิจัยที่แก้ไขแล้วจะได้รับการพิจารณาโดยประธานฯ หรือคณะกรรมการชุดย่อยที่ได้รับมอบหมาย โดยไม่จำเป็นต้องเข้าวาระในการประชุมถัดไป
  3. ยังไม่รับรอง เนื่องจากโครงการมีความไม่ชัดเจน หรือ ขาดรายละเอียดที่สำคัญ จำเป็นต้องปรับปรุงโครงการ และยื่นต่อคณะกรรมการฯ ใหม่ เพื่อการพิจารณาต่อไป

มติที่ประชุมคณะกรรมการจริยธรรมในการวิจัย คณะเภสัชศาสตร์ เมื่อวันอังคารที่ 7 สิงหาคม 2561 กำหนดแนวปฏิบัติเพิ่มเติมในการยื่นเสนอขอรับการพิจารณาโครงการวิจัย ต่อคณะกรรมการฯ ดังนี้

 1. คณะกรรมการจริยธรรมในการวิจัย คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จะรับพิจารณาเฉพาะโครงการวิจัยในระดับปริญญาตรีเท่านั้น ทั้งนี้ สำหรับโครงการวิจัยในระดับบัณฑิตศึกษา และอาจารย์/นักวิจัยคณะเภสัชศาสตร์ ขอให้ยื่นเสนอขอรับการพิจารณาจริยธรรมในการวิจัย ไปยังหน่วยงานของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้แก่
  • สำนักวิจัยและพัฒนา : โดย คณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ (http://www.hsc-hrec.psu.ac.th/)
  • คณะแพทยศาสตร์ : โดย คณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ (Ethics Committee) (http://medinfo2.psu.ac.th/research/hrec/)
  • คณะพยาบาลศาสตร์ : โดย คณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ สาขาสังคมศาสตร์และพฤติกรรมศาสตร์ (https://www.nur.psu.ac.th/SBSIRB/index.aspx)

อนึ่ง ในกรณีโครงการวิจัยในระดับบัณฑิตศึกษาและอาจารย์/นักวิจัย ที่ไม่ได้รับการตอบรับในการพิจารณาจริยธรรมจากหน่วยงานดังกล่าวข้างต้น คณะกรรมการจริยธรรมในการวิจัย ของคณะเภสัชศาสตร์ ยินดีรับพิจารณา โดยผู้วิจัยจะต้องจัดทำบันทึกข้อความชี้แจงเหตุผล พร้อมแนบหลักฐานที่ได้ดำเนินการยื่นเสนอหน่วยงานพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ไปแล้ว และไม่ได้รับการตอบรับ เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการฯ ต่อไป

 2.  กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมในการยื่นเสนอโครงการวิจัย เพื่อขอรับการพิจารณาจริยธรรมในการวิจัย

 

 ประเภทของหัวหน้าโครงการวิจัย    ค่าธรรมเนียม (บาท)
 แบบยกเว้น  แบบเร่งรัด
บัณฑิตศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 500 1,200
นักศึกษาต่างชาติคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1,000 1,500
บุคลากร/อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1,500 2,000

 

ทั้งนี้ นักวิจัยจะต้องชำระค่าธรรมเนียมครั้งแรก จำนวน 200 บาท และชำระค่าธรรมเนียมส่วนที่เหลือ เมื่อโครงการวิจัยผ่านการรับรองจริยธรรมและได้รับหนังสือรับรองจริยธรรมเรียบร้อยแล้ว


pdf web icon1

Download แนวปฏิบัติการพิจารณาจริยธรรมโครงการวิจัยแนวปฏิบัติการพิจารณาจริยธรรมโครงการวิจัย

pdf web icon1 Download แนวปฏิบัติการพิจารณาจริยธรรมโครงการวิจัย (เพิ่มเติม)
pdf web icon1 Download แบบเสนอขอรับการยกเว้นการพิจารณาจริยธรรมการวิจัย (จธ 01)
pdf web icon1 Download แบบเสนอขอรับการพิจารณาจริยธรรมโครงการวิจัยแบบเร่งรัด (จธ 02)
pdf web icon1 Download ตัวอย่างใบเชิญชวนเข้าร่วมโครงการวิจัย
pdf web icon1 Download ตัวอย่างใบสมัครใจเข้าร่วมในโครงการวิจัย

 

GCP Training online

GCP Training online


การอบรม GCP สามารถเข้าอบรม GCP Online โดยลงทะเบียนและทำแบบทดสอบ GCP Online ได้ที่